เหรียญมหาเศรษฐี หลวงปู่เช้า

Leave a comment

หลวงปู่เช้า อตตฺจิตโต วัดห้วยลำใย อ.ตากฟ้า จ.นครสวรรค์ ปัจจุบันอายุ ๙๐ ปี ท่านเป็นศิษย์สายพุทธาคม “หลวงปู่ศุข” วัดปากคลองมะขามเฒ่า โดยอุปสมบท และศึกษาพุทธมนต์จาก พระใบฎีกา บุญยัง วัดหนองน้อย ซึ่งเป็นพระปลัดซ้ายของหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า นอกจากนี้ หลวงปู่เช้า ยังได้ฝากตัวเรียนวิชาอาคมจากหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ อีกท่านหนึ่งด้วย

 หลวงปู่เช้า วัดห้วยลำใย

เนื่องในโอกาสที่หลวงปู่เช้า เจริญอายุครบ ๙๐ ปี เมื่อวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ที่ผ่านมา ท่านดำริให้สร้างเหรียญมหาเศรษฐี เพื่อเป็นที่ระลึก โดยปรารภว่า “ทำเหรียญเศรษฐีมั่งมีทรัพย์ มีเงิน มีทองนับไม่หวาดไหว ให้ซื้อง่ายขายดี มีกำไร คิดสิ่งใด สมปรารถนา สถาพร”

เหรียญมหาเศรษฐี หลวงปู่เช้า เป็นเหรียญรูปไข่ รูปหลวงปู่ครึ่งองค์ แกะแม่พิมพ์ได้เหมือนกับหลวงปู่มาก ด้านหลังเป็นยันต์ “เรือสำเภาไปค้า” อันเป็นยันต์ที่ “หลวงพ่ออ๋อย” วัดไทร บางขุนเทียน พระเกจิอาจารย์ยุคเก่า ได้ลงไว้ในเหรียญรุ่นแรกของท่าน ได้สร้างเศรษฐีฝั่งธนฯ มาแล้วนับไม่ถ้วน โดยโบราณาจารย์เชื่อกันว่า ยันต์นี้ปลุกเสกให้ดีจะร่ำรวย เป็นเศรษฐี มหาเศรษฐี ชั่วลูกชั่วหลาน

ปัจจุบัน เจ้าสัวใหญ่ เศรษฐีร้อยล้าน พันล้าน ต่างมีความเชื่อเรื่องพลังแห่งโภคทรัพย์ของเรือสำเภา ที่จะนำพาทรัพย์สินเงินทองเข้ามาให้อย่างต่อเนื่อง เหรียญมหาเศรษฐี หลังยันต์เรือสำเภา ของหลวงปู่เช้า จึงน่าเสาะแสวงหา เพื่อต่อยอดธุรกิจ การค้าให้ก้าวหน้ารุ่งเรืองสมกับชื่อเหรียญมหาเศรษฐีเป็นที่สุด หลวงปู่ได้ทำพิธีอธิษฐานจิตเดี่ยวทุกวัน โดยปิดท้ายเมื่อวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ อันเป็นวันครบรอบชาติกาล ๙๐ ปีของท่าน ณ วัดห้วยลำไย โดยมีจำนวนสร้าง คือ

  • เหรียญเนื้อทองคำ ๑๙ เหรียญ
  • เนื้อเงิน ๓๙๙ เหรียญ
  • เนื้อนวโลหะ หน้ากากเงิน ๓๙๙ เหรียญ
  • เนื้อนวโลหะ ๙๙๙ เหรียญ
  • เนื้ออัลปาก้า ๑,๙๙๙ เหรียญ
  • เนื้อทองแดง ๒,๙๙๙ เหรียญ

ทุกเหรียญตอกโค้ด และหมายเลข ติดต่อทำบุญบูชาได้ที่ วัดห้วยลำใย โทร.๐๘-๐๗๘๒-๑๒๘๐, นิตยสารพระเกจิ โทร.๐-๒๔๓๔-๖๑๘๙
หรือ เช่าบูชาวัตถุมงคลของ หลวงปู่เช้า รุ่นอื่นๆ อีกมายมายได้ที่ เว็บไซต์ http://www.AmuletAsia.com

ความเป็นมา ท้าวเวสสุวรรณ

Leave a comment

ตามตำนานความเชื่อแห่งโบราณกาล การเกิดอาเพศก็ดีเจ็บไข้ได้ป่วยก็ดี อุบัติเหตุต่างๆ นานา อัปโชค ไร้ลาภเข้าขั้นซวยท่านว่าเป็นผลพวงจาก ลมเพลมพัด ภูตผี สัมพเวสี เข้ามาสิ่งสู่ครอบงำคนนั้นเพื่อที่จะบังคับให้ทำสิ่งไม่ดี หรือกัดกินบุญจาก มนุษย์นั้นการที่จะป้องกันหรือขับไล่ อสุระ ภูตผี สัมพเวสี ที่จะเข้ามากร้ำกลายอย่างได้ผลที่สุด คือการบูชาท้าวเวสสุวรรณมหาราช 1 ใน 4 ท้าวจาตุโลกาบาล

จากคัมภีร์เทวภูมิบันทึกว่า ท้าวเวสสุวรรณในทางพุทธเรียกว่าท้าวไพสพ ในอดีตได้บำเพ็ญบารมีมาหลายพันปี (1 วันในจาตุมหาราชิกา เท่ากับ 50 ปี ในโลกมนุษย์) จึงได้รับพรจากพระอิศวร พระพรหมให้เป็น เทพแห่งความร่ำรวย นอกจากหน้าที่อื่นที่มีมากมายแล้ว พระอิศวรยังมอบหมายหลักให้ดูแลปกลาภยศทรัพย์สินเงินทอง อำนาจวาสนา ให้บูชาขอบารมีจากท้าวเวสสุวรรณจะสัมฤทธิผล บ้านใดมีทางเข้าออกเยอะหรืออยู่ทาง 3 แพ่ง ความเชื่อโบราณท่านว่าให้บูชาท้าวเวสสุวรรณเอาไว้กันคุณไสย ของไม่ดี กันดวงตก พกติดตัวหรือไว้บูชาที่บ้านเฝ้าขวัญเด็กไม่ให้ภูติทั้งหลายมากวน นำไปบูชาเป็นศิริมงคล ให้โชคให้ลาภแก่ผู้บูชา

คติความเชื่อได้แบ่ง แยกระดับขั้นของเทพ ตามฐานะ อย่างเช่น ภุมมัฏฐเทวดา (อาศัยอยู่ตามภูเขา แม่น้ำ มหาสมุทร ฯลฯ)

รุกขเทวดา (อยู่ตามป่า ตามต้นไม้) อากาสัฏฐเทวดา (มีวิมานอยู่ในอากาศ) อาทิ ปราสาทวิมาน เทวดาในชั้น จาตุมหาราชิกามีภูมิเทพของเขาเมรุถือว่าอยู่ใกล้กับมนุษย์ที่สุด แบ่งอาณาเขตออกเป็น 4 ทิศ คือ ท้าวธตรัฏฐะอยู่ทางทิศตะวันออกเป็นผู้ปรกครองตันธ์พเทวดา ท้าววิรุฬหกะอยู่ทางทิศใต้ปกครองกุมภัณฑเทวดา ท้าววิรูปักขะ อยู่ทิศตะวันตกปกครองนาคเทวดา และท้าวเวสสุวรรณผู้เป็นนายใหญ่ปกครองยักษ์เทวดา อยู่ประจำทางทิศเหนือ

ความเชื่อของคนไทยได้นำท้าวเวสสุวรรณมาสร้างเป็นเครื่องราง โดยพระเกจิอาจารย์มากมาย เช่น ท้าวเวสสุวรรณ หลวงพ่อพูล, ท้าวเวสสุวรรณ หลวงพ่อฟู, ท้าวเวสสุวรรณ หลวงพ่อสาคร เป็นต้น

ผู้ที่ควรอาราธนาบูชาท้าวเวสสุวรรณ ได้แก่ ผู้ที่เกิดในปีนักษัตร ฉลู ขาล มะโรง มะแม ระกา จอ

ท้าวเวสสุวรรณ

นกสาริกา

Leave a comment

นกสาริกา เป็นศกุนต์ในวงศ์นกเอี้ยงและนกกิ้งโครง ตัวสีผิวสองสี หัวและคอดำ ปากและขอบตาสีเหลือง มีสุรเสียงร่ำร้องอ่อนหวาน เวลากู่จัดคู่เป็นช่องจะโคน จึงมีบางคนนิยมจับมาเลี้ยง แต่ “สาริกา” อันเป็นเครื่องราง มีผู้คนการกำหนดด้วยความเลื่อมใสความเชื่อถือว่ามีคุณในด้านเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่มหานิยม เป็นวิชาที่มีอาถรรพณ์หนาหูหนาตาพอสมควรแต่โบราณกาล พระอาจารย์ผู้ทำนกสาริกานี้ ส่วนมากแล้วหากเป็นประสกจะนิยมไปในทางเสน่ห์ยาแฝดเสียเป็นส่วนมาก แต่ถ้าเป็นพระอาจารย์แล้ว ท่านมุ่งไปในด้านเมตตามหานิยมในการจำหน่าย ในการบอกพาที ให้เป็นที่มลักของผู้คน ซึ่งนกสาริกาที่เอ่ยถึงนี้มีหลายหนทาง ที่พระเกจิอาจารย์ทำขึ้นมา คือ สาริกาลิ้นทอง ใช้การลงตัวหนังสือที่ปลายลิ้น ใช้แต่เพียงการลงเปล่าๆ ไม่ต้องมีการลงหมึกแบบสักยันต์ หรือลงตัวหนังสือที่ฟันซี่หน้าแถบบนก็ได้ จากนั้นก็ให้ลงคาถาควบคุม โดยมากเป็นวิธีที่คฤหัสถ์ผู้ร่ำเรียนวิชาเป็นผู้ทำ ซึ่งตามเหตุการณ์ในอดีตแล้ว นกสาริกา เป็นสกุณจากสวรรค์ ที่มีลิ้นเป็นกนก ได้รับพรจากพันตาให้มีเลี้ยงอ่อนหวานเพื่อขับกล่อมให้หมู่มวลเทวา และเหล่านางอัปสรบนสววรค์ให้เกษมสันต์ นั้นเอง

นกสาริกา

นกสาริกาเขียว

นกสาริกา

นกสาริกา เครื่องราง

พระเครื่อง บูชา เช่า ทำบุญ

1 Comment

ช่วงที่ผ่านมาได้มีโอกาสได้คุยกับคนที่ทำธุรกิจให้เช่าพระเครื่อง ก็เลยคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพราะส่วนตัวรู้สึกเป็นกังวลกับเรื่องพวกนี้ มันเหมือนหากินบนความเชื่อของคน หรือเรียกอีกอย่างว่า หากินกับพระกับเจ้า นั้นเอง สมัยเด็กเคยมีความคิดว่า เช่าพระแล้วต้องคืนเมื่อไหร่? ด้วย คิดไปแล้วก็ตลกแหละั จนมารู้ความจริงเมื่อโตขึ้นนั้นเอง เพราะเป็นการเลี่ยงคำ ไม่อยากใช้คำว่า ซื้อขายพระ เลยใช้คำว่า เช่าบูชา แทน ทั้งที่จริงๆ เจตนา และ การกระทำ เหมือนกัน ปลายทางเหมือนกัน แค่ต้นทางใช้คำว่า เช่า เท่านั้นเองนั้นแหละ คุยๆ เรื่องพวกนี้ ทางผู้ประกอบการเขาก็ไม่เถียง เพราะในทางปฏิบัติมันเป็นแบบนั้นจริงๆ นั้นแหละ

แต่เขาก็เล่าประวัติมาว่าถ้าแรกเริ่มจริงๆ ในอดีตสมัยก่อน คนเราอยากจะได้พระ แต่ยากจน ไม่สามารถไปหล่อพระเป็นองค์แบบในวัดมาบูชาที่บ้านได้ ก็มีพระบางองค์ก็ไปนำดินเหนียวมาปั้นเป็นองค์พระพุทธรูป แจกให้ชาวบ้านยามชาวบ้านมาทำบุญที่วัด จากนั้นเป็นต้นมา ก็เริ่มมีการทำพระเครื่องแบบนี้แจกจ่าย ให้กับญาติโยมทั้งหลายที่มาทำบุญ หรือมาร่วมงานบุญที่วัด เป็นแบบนี้สืบมา จนปัจจุบัน การจะมห้คนช่วยทำบุญ สร้างโบสถ์ สร้างวัด สร้างศาลา สร้างพระพุทธรูปกัน ก็มักจะใช้ พระเครื่องเหล่านี้ มาเป็นกันเชิญชวน เหมือนประเด็นหลักคือการเรี่ยรายทำบุญ แล้วได้ของที่ระลึกเป็นพระเครื่องนั้นเอง จะพูดแบบนี้ก็ได้ แต่เอาเข้าจริงๆ คนปกติ สามัญชนส่วนใหญ่กลับมองว่าจริงๆ แล้ว พระเครื่องเป็นจุดสำคัญ เป็นสินค้าหลักที่ต้องการจะซื้อ แล้วเงินที่ได้จากการขายพระเครื่องนั้นแหละ ที่นำไปสมทบทุนทำบุญ สร้างวัด นั้นสินะ กลายเป็นแบบนี้ไป ก็ต้องยอมรับว่าปัจจุบันคนสนใจในเรื่องวัตถุมากกว่าสิ่งอื่นใด หากอะไรจับต้องได้ก็เอาไว้ก่อน บุญกรรมมันจับต้องไม่ได้ มองไม่เห็น แต่พระเครื่องวัดวา พอจับต้องได้เห็นได้ก็ขอเห็น ขอจับ ขอสัมผัสไว้ก่อนหละนั้น

ที่มาพูดเรื่องนี้ก็แค่จะบอกว่ามันอยู่ที่มุมมอง พระเครื่อง ก็เป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้า ให้ชาวพุทธอย่างเราๆได้ระลึกถึง เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ อย่าไปเชื่อมั่นว่าจะอยู่ยงคงกระพัน เพราะสุดท้าย ดีชั่ว อยู่ที่ตัวทำ สูงต่ำ อยู่ที่ทำตัว เหมือนที่ หลวงพ่อคูณ เคยบอกไว้ เพราะเคยมีคนไปถาม หลวงพ่อคูณ ว่า “หลวงพ่อคูณแจกพระให้กับคนไม่ดีเป็นโจรผู้ร้ายอย่างนี้หลวงพ่อไม่บาปหรือ” หลวงพ่อคูณแกก็ตอบว่า “กูจะไปรู้หรือ ว่ามันเป็นใคร ถ้ามันเป็นโจร เมื่อมันได้รับประโยชน์จากของที่กูแจก มันคงคิดได้ว่า เป็นเพราะพระศาสนา มันจะได้เข้ามาสนใจปฏิบัติธรรม” ถ้า มีใจอยู่กับ “พุทโธ” ให้เป็นกลางๆ ไม่สอดส่ายไปไหน นั่นหมายความว่าใจเป็นสมาธิ จะช่วยปกป้องคุ้มครองเราได้ดียิ่ง ยิ่งกว่ามีวัตถุมงคลใดๆ ในโลก

นั้นสินะ ก็เป็นเหมือนหลวงพ่อคูณว่านั้นแหละ สุดท้ายการกระทำของเรานั้นแหละที่เป็นตัวตัดสิน