บริหารงานในสถานการณ์วิกฤต กับ CEO 7Eleven

Leave a comment

ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ คุณก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือที่คนทั่วไปเรียกกัน นั้นก็คือ CEO ของ 7-Eleven ประเทศไทย ได้แบ่งปันข้อคิด เกี่ยวกับประเด็น “การนำองค์กรขนาดใหญ่ฝ่าสถานการณ์วิกฤต” หลายคน คงอยากทราบว่า ในช่วงสถานการณ์วิกฤตที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม หรือ เหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองนั้น คุณก่อศักดิ์ ในฐานะ CEO ที่เป็นผู้นำองค์กรซึ่งมีผลประกอบการสูงเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศไทย มีร้านสาขาทุกทิศทั่วไทยกว่า 6,000 สาขา และมีพนักงานที่ต้องดูแลกว่า 100,000 คน มีการบริหารจัดการอย่างไร จึงทำให้องค์กรสามารถฝ่าฟันปัญหาต่างๆ อันเกิดจากสถานการณ์วิกฤตอุทกภัยครั้งใหญ่ จนผ่านพ้นไปได้ด้วยดี

ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์

คุณก่อศักดิ์มีแนวทางการบริหารงานในช่วงสถานการณ์วิกฤตอย่างไร

ในวันนี้มีพนักงานเกิน 1 แสนคนแล้ว องค์กรลักษณะนี้ ต้องบริหารจากล่างขึ้นบน ไม่ใช่บริหารแบบสั่ง จากบนลงล่าง เพราะฉะนั้น เราจึงได้เลือก TQM (Total Quality Management) มาบริหารจัดการองค์กร คำว่า Total คือ ให้คนทั้งหมดมีส่วนร่วม ไม่ใช่รอแต่คำสั่ง องค์กรที่สั่งจากบนลงล่าง คนที่มุ่งทำงานและคิดมากๆ จะมีเพียงแค่ส่วนตรงยอดแค่ไม่กี่คน แต่ถ้าคนจากข้างล่างมีส่วนร่วม ส่วนงานต่างๆ ทำงานกันโดยอัตโนมัติ มีการทำงานที่กระจายอำนาจให้ทุกคน สมมติ 20 ส่วน ใน 20 ส่วนก็จะมีทีมงานของตัวเอง เขาจะรับผิดชอบ กล้าคิด กล้าทำ กล้าลอง ผิดเป็นครู ส่วนผม เมื่อกระจายอำนาจแล้ว ก็ต้องกระจายจริง ไม่ไปล้วงลูก คือ รับรู้ได้ ติดตามดูได้ แต่จะไม่ไปออกคำสั่งทับคำสั่งของทีมงาน ไม่ไปอยากรับรู้งานเล็กงานใหญ่หมด อยากห่วงหมด ทำอย่างนั้นไม่ได้ เมื่อให้อำนาจแล้ว เขาจะเกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของงานที่แท้จริง เพราะ CEO ไม่มาแย่งงานเขาทำ ไม่ล้วงลูก ไม่ก้าวก่าย ทีมงานถูกฝึกให้ดูแลทีมงานของตัวเอง สำหรับตัวผมเอง น้อยมากที่จะไปตำหนิ หรือแทบจะไม่ทำเลย แต่อาจจะช่วยสรุปบทเรียนให้กับเขาได้

เราก็ทำงานกันในรูปแบบนี้ มาหลายปี เป็นสิบปี ทีมงานทุกทีมเป็นแบบนี้หมด ทีมงานของเราจึงเป็นทีมงานที่รับผิดชอบงานของตนเองโดยไม่ต้องมีใครมากำกับดูแล และไม่ต้องมาคอยเร่ง โดยเฉพาะคาถาของ TQM คือ Next Process is Customer เราสอนกันด้วยแนวคิดของ TQM หมายถึง คุณจะส่งมอบงาน คุณต้องคิดถึงคนที่รับมอบงานจากคุณ คนเหล่านั้น คือ ลูกค้า ถ้าคุณส่งงานไม่ดีไปให้เขา เขาก็ต้องเสียเวลาแก้ปัญหา เขาก็ทำงานต่อไม่ค่อยสะดวก คุณต้องรับผิดชอบว่า คุณต้องส่งงานต่อให้อีกส่วนงานหนึ่ง เราต้องมองเขาเป็นลูกค้า ต้องส่งต่อของดีๆ เสมือนหนึ่งเป็นลูกค้า แม้เป็นลูกค้าภายในเราก็ต้องดูแลกัน ด้วยหลักความคิดเช่นนี้ งานบริหารภายในเราก็อยู่ด้วยกันแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย ช่วยเหลือกัน ไม่ตำหนิกัน ทำผิดได้ ซึ่งความผิดนั้นจะเป็นครู ถ้าเราเกิดความรู้สึกห่วงว่า เราจะส่งงานไม่มีคุณภาพให้กับคนอื่น เราก็จะไม่ละเลยสิ่งเหล่านี้ ทั้งหมดคือหลักการบริหารของที่นี่

เมื่อเป็นเช่นนี้ ในเวลาปกติก็อาจจะยังไม่เห็นว่ามันวิเศษวิโสอะไร แต่พอเกิดวิกฤต ทีมงานทั้งหมดมีพลังที่จะช่วยกันรับหน้าวิกฤตทุกอย่าง ทุกขั้นตอน แก้ไขกันเอง ไม่ใช่รายงานขึ้นมาเรื่อยๆ แล้วก็รอข้างบนตัดสินแล้วสั่งลงมา ซึ่งไม่ได้ ไม่ทันการณ์ เมื่อเราบริหารกันแบบนี้ เราจึงมีความพร้อมที่จะแก้ปัญหาและรับมือตั้งแต่หน้างานในทุกระดับ เพราะฉะนั้น วิกฤตครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสที่ได้แสดงถึงความเก่งและความพร้อมของเราในการรับมือวิกฤตและฟื้นอย่างรวดเร็ว

การให้ทำงานแบบลองผิดลองถูกในช่วงวิกฤต อาจก่อให้เกิดความสูญเสียได้ คุณก่อศักดิ์ห่วงเรื่องนี้ไหม

ในเรื่องนี้ มันช่วยไม่ได้ การที่ช่วงนั้นเขาขยันมาประชุม มารับรู้ มาติดตามสถานการณ์ทุกชั่วโมง เป็นเวลาถึง 6 สัปดาห์โดยไม่มีเสาร์อาทิตย์ เขาอาจจะคิดและตัดสินใจผิดได้ ถ้าผมไปก้าวก่ายเขามาก ไปช่วยเขาตัดสินใจ ผมคิดว่าเขารู้งานมากกว่าผมอีก เขารู้ตื้นลึกหนาบางของงานมากกว่าผม ถ้าผมไปตัดสินใจแทนเขา โอกาสผิดอาจจะมากกว่า (ยิ้ม) เราต้องเคารพความรู้ในงานของเขา และคอยสนับสนุนเขา ให้ปัจจัย ให้กำลังใจ คอยช่วยเหลือ ไม่ต้องไปห่วงเรื่องที่ลูกน้องอาจจะตัดสินใจพลาด ถ้ามัวแต่ห่วง เขาก็จะไม่มีทางเก่ง

และในสถานการณ์วิกฤตเช่นนี้ มันกระทบการทำงานของคนหลายหมื่นคน ผมคนเดียวจะไปตัดสินใจในทุกๆ เรื่องไม่ได้ ทีมงานมีกันเป็นหมื่นๆ คน หัวหน้าของเขาอีกเป็นร้อยคน เขาต้องรู้งานของเขา

และในปี 2556 นี้  สำนักงานสนับสนุนสุขภาวองค์กร ภายใต้สำนักงานกองทุนสนับสนุนสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้จัดพิมพ์หนังสือ 7,000 สาขา ส่งความสุขสู่ทุกชุมชน ขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 25 ปี บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) 

7,000 สาขา ส่งความสุขสู่ทุกชุมชน รวบรวมความเป็นมา…กว่าจะมาเป็น “7-Eleven เพื่อนที่รู้ใจ…ใกล้ๆ คุณ” นำเสนอมุมมอง หลักการบริหาร นำเสนอวัฒนธรรมองค์กรในแบบ CP All เคล็ดลับการบริหารคนแบบตะวันออก พร้อมกรณีศึกษาจากประสบการณ์ ที่ 7-Eleven ยึดถือปฏิบัติมาจนประสบความสำเร็จ

คำนิยม หนังสือ 7000 สาขา ส่งความสุขทุกชุมชน

บริหารเงินกันวันละนิด เพื่อชีวิตในอนาคต

Leave a comment

ไอ้เราๆ มันก็แค่มนุษย์เงินเดือน หาเช้ากินค่ำ !? รึปล่าว ไม่สิ หาเดือนกินเดือน ได้เงินเดือนมาก็เอามาใช้จ่าย ค่าเช่าบ้าน ผ่อนรถ ผ่อนของ ค่ากินอยู่ครอบครัว ค่าเดินทาง สารพัดค่าใช้จ่ายไปหมด ส่วนตัวก็พยายามที่จะหาหนังสือพวก บริหารจัดการเงิน มาอ่านนะ ก็อ่านมาบ้าง สองสามเล่ม เขาก็มักจะพูดเหมือนๆ กันนะที่ว่า ไม่สำคัญว่าหามาได้เท่าไหร่ แต่สำคัญที่ว่าเหลือเก็บเท่าไหร่ บางครั้งก็เห็นด้วยนะ ว่าเงินเดือนไม่ได้เยอะ แต่ใช้จ่ายอย่างประหยัด ก็พอมีเงินเหลือเก็บออมไว้ได้ แต่ถ้าคิดอีกแง่ ใช้ประหยัดจนของมีค่าติดตัวไม่มี ภาษีสังคมไม่จ่าย มันก็จะเกินไปหน่อยรึปล่าว เรายังต้องอยู่ในสังคม นะ แบบนี้เป็นต้น กับ พวกที่ได้มาเยอะก็ไม่ห่วงเท่าไหร่หรอก ในเมื่อมันมีปัญญาหามาเยอะได้ มันก็น่าจะมีปัญหาเก็บได้เหมือนกัน ไอ้คนกลุ่มนี้เลยไม่ค่อยน่าสนใจซักเ้ท่าไหร่

เก็บออมเงิน

ที่ต้องสนใจคือมนุษย์เงินเดือนรากหญ้า ที่หากินเดือนชนเดือน เงินเดือนในช่วง 1-2 หมื่น ที่ต้องใช้ชีวิตในกทม นี่แหละ ที่ค่าที่อยู่ก็ปาเข้าไปเดือนละ 4-5พันแล้ว ยังมีค่าเดินทางต่างๆ อีกมากมาย ควรจะต้องรู้จักการดูแล บริหารจัดการเิงินกันบ้าง เท่าที่เคยศึกษามาเนี่ย ตามหนังสือพวกสอนเก็บเงินทองเนี่ย เขาแนะนำเหมือนกันว่า ต้องทำบัญชี รายรับรายจ่าย เป็นขั้นแรก เพราะเราจะได้รู้ว่า มีเงินเข้ามาเท่าไหร่ ออกเท่าไหร่ หมดไปกับอะไรบ้าง ไม่อย่างงั้น เราไม่รู้ว่าได้มาเท่าไหร่ ใช้ไปเท่าไหร่ มันก็จะกำหนดไม่ถูกแล้วหละ ว่าจะคุมส่วนไหน ลดส่วนไหนได้บ้าง อย่างนี้เป็นต้น ส่วนตัวก็พยายามทำอยู่ ตอนนี้เริ่มทำได้เป็นเดือนที่สองแล้ว จากการทำก็รู้ว่า รายจ่ายเราใช้ไปเยอะ เหลือเก็บประมาน 10% ของเงินเดือน แต่ก็คิดว่า ดีกว่าไม่เหลือหละ ^^ แล้วค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ก็หมดไปกับค่าอาหาร เพราะเสาร์อาทิตย์ทีไร จัดหนักกับเพื่อนฝูงอยู่เรื่อย ทำไงได้หละ วันปกติ นี่กินของธรรมดา ทุกวัน เพราะเวลามันเร่งรีบ จะไปกินอาหารหรูๆ อร่อยมันก็ไม่มีเวลา เสาร์อาทิตย์ก็เลยจัดหนักเลย นี่ก็เป็นสาเหตุของค่าใช้จ่ายที่บานปลาย เอาหละ เล่าคราวๆ ประมาณนี้ก่อนละกัน เดี๋ยวคนอ่านจะเอือมเราเสียก่อน เหมือนจะเผยเรื่องส่วนตัวมากไปแล้ว ยังไงก็ฝากผู้รักการอ่านทั้งหลายไว้ ว่า อ่านนิยาย หลายเล่มแล้่ว หันมาอ่านหนังสือพวกนี้บ้าง เพราะมันไม่มีหลักสูตรเรียนที่ไหน ต้องศึกษาหาอ่านเอาเอง แล้วมาปรับใช้กับตัวเรา ก่อนจากก็ฝากหนังสือไว้ซักหน่อยที่เคยอ่านและคิดว่า น่าสนใจที่จะนำไปใช้ในการบริหารเงิน เก็บเงินเพื่ออนาคต เช่น หนังสือ เพิ่มรายได้หลายกระเป๋าเงิน กับ ถ้ารู้มึงรวย ถือเป็นสองเล่มที่มีมุมมองในการหาเงิน และเก็บเงินได้อย่างน่าสนใจ ยังไงก็ลองไปหามาอ่านกันดูละกัน : )

ความเหนื่อยของชีวิตมนุษย์เงินเดือน

Leave a comment

วันนี้ขอบ่นกัีบชีวิตมนุษย์เงินเดือนซะหน่อย การทำงานออฟฟิตใช้ชีวิตมนุษย์เงินเดือนมันช่างแสนจะลำบากเสียจริง สองวันที่ผ่านมา รถไฟฟ้า BTS สายสีลม เสียถึง สองวันติด ทำเอามาทำงานซะสายเลย ชีวิตการเดินทางในกรุงเทพฯ ยอมรับว่า BTS สำคัญอย่างมาก คนถึงยอมจ่ายเงินกัน เพื่อซื้อเวลา ซื้อความสะดวกในการเดินทาง แต่การให้บริการของ BTS เรียกได้ว่าเป็นการตลาดแบบผูกขาดเลย เพราะขาดคู่แข่ง ทางการค้า ดังนั้น ต่อให้ BTS จะเสีย จะเน่า คนจะบ่นด่ากันทั้งกรุงเทพฯ ยังไง BTS ก็ยังอยู่ได้ เพราะทุกคนก็ต้องใช้เดินทางอยู่ดี ดังนั้นต่อให้จะแบนไปก็ช่วยอะไรไม่ได้ เหมือนเราด่าว่า น้ำมันแพง แต่ถามว่า ในเมื่อเรามีรถต้องใ้ช้ จะไม่เติมน้ำมันได้ยังไงหละ … เฮ่อ นี่แหละหนาชีวิต บางอย่างที่เรากำหนดเองไม่ได้ มันก็ช่างจะลำบากเสียเหลือเกิน

ชีวิตมนุษย์เงินเดือน

ขอต่อประเด็นรถไฟฟ้าอีกซะหน่อย บริษัทต่างๆ เขาจะเข้าใจเหรอว่า BTS เสียแล้วไม่หักเงินพนักงานที่มาสายหน่ะ ทางผู้ให้บริการรถไฟฟ้าเองก็ต้องมีส่วนในการเร่งแก้ปัญหา เพราะตัวเองแทบจะเป็นกระดูกสันหลังของการเดินทางในกรุงเทพฯไปแล้ว เงินซื้อตั๋ว ก็ต้องจ่ายปกติ แถม เงินเดือนก็ต้องโดนที่บริษัทหักอีก มีแต่เสีย กับเสีย ใครเล่าจะมีรับผิดชอบสิ่งทีเ่กิดขึ้นนี้ เฮ่อ… อดสู จริงๆ ชีวิตมนุษย์เงินเดือน ไหนจะเงินเดือนที่ใช้เดือนชนเดือน เก็บแทบจะไม่ได้ ของบางอย่างที่อยากได้ จะเก็บเงินไปซื้อตูมเดียวก็เสียดายเงิน ครั้นจะผ่อนสินค้า ก็เจอดอกเบี้ยยาวๆ อีก ตอดเล็กตอดน้อยกันไป..ไอ้ืี่ที่พอจะไหวก็เหลือแต่พวก ผ่อน 0% นี่แหละ ของโปรด ฮิฮิ : )

เอาหละ บ่นมากไปแล้ว ยังไงวันนี้ก็ได้ชม รถไฟฟ้า ไม่นะมาเธอว์ จบแล้ว 555+ เจ้านายมาแล้ว รีบไปทำงานต่อหละ สู้ต่อไป ชีวิตมนุษย์เงินเดือน วู้ว!