“Low Carbon Society” แนวทางลดภาวะโลกร้อน

Leave a comment

ปัญหาภาวะโลกร้อน (Global warming) เป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ทั่วโลกกำลังให้ความ  สนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากผลกระทบที่เกิดขึ้นเริ่มส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มสูงขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยของโลก การละลายของน้ำแข็งขั้วโลก และการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศอย่างฉับพลัน  ซึ่งจะเห็นได้ว่าผลกระทบที่เกิดจากภาวะโลกร้อนมีลักษณะเป็นห่วงโซ่ ส่งผลกระทบต่อกันเป็นทอดๆ โดยปลายห่วงโซ่ที่เกิดขึ้น คือ มนุษย์และสิ่งมีชีวิตในโลก  เช่น การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของมนุษย์ ทำให้  อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงขึ้น เกิดการละลายของน้ำแข็งขั้วโลกและหิมะที่ปกคลุมภูเขาสูง ทำ  ให้ระดับน้ำทะเลปานกลางสูงขึ้น สร้างความเสียหายให้แก่ระบบนิเวศทางทะเล และประชาชนที่อยู่อาศัยบริเวณชายฝั่ง  การที่อุณหภูมิของโลกสูงขึ้นและความไม่แน่นอนของภูมิอากาศทำให้เกษตรการเกิดความยากลำบากในการปลูกพืชผล เป็นต้น

หากเราพิจารณาถึงต้นเหตุของปัญหาภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้น เราจะพบว่าสาเหตุนั้นเกิดจากกิจกรรมต่างๆของมนุษย์ที่ทำให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ออกสู่ชั้นบรรยากาศเป็นจำนวนมหาศาล จากรายงานของ Intergovernmental Panel on Climate Change (IPCC) พบว่าในปี 2009 ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้นจากปี 1973 ถึง 36 % โดยเพิ่มขึ้นจาก 280 PPMV (parts per million by volume) เป็น 387 PPMV โดยประเทศที่มีอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุดได้แก่ ประเทศสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป จีน ญี่ปุ่น และอินเดีย ตามลำดับ เรื่องที่น่าวิตกคือ ประเทศที่มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว เช่น จีน อินเดีย อินโดนีเซีย อียิปต์ อิหร่าน และประเทศไทย มีอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งอาจจะมีสาเหตุจากการที่ประเทศที่มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วใช้การพัฒนาด้านอุตสาหกรรมเป็นเครื่องมือในการพัฒนาเศรษฐกิจ More

เกร็ดความรู้เรื่องผ้าคอตตอน

1 Comment

เคยสงสัยกันมั๊ย ว่าทำไมเราซื้อเสื้อยืดที่บอกว่าผลิตจากผ้าคอตตอนมาเหมือนกัน แต่ความรู้สึกเวลาที่เราจับผ้าไม่เหมือนกัน คำตอบก็คือ ผ้า Cotton 100% ของเสื้อยืดที่เราซื้อมานั้น มันมีการแบ่งคุณภาพออกเป็นหลายแบบ โดยดูที่ความบริสุทธิ์ของเส้นใยฝ้าย ความหนา และ การเรียงตัวของเส้นใยฝ้าย โดยคุณภาพของ ผ้า Cotton 100% ในท้องตลาดแบ่งออกได้ ดังนี้

  • แบ่งตามชนิดของเบอร์ผ้า หลักๆที่โรงงานแบ่งจะมี 3 ประเภท คือ เบอร์ 20 , เบอร์ 32 และ เบอร์ 40 โดยผ้าเบอร์ 40 จะเป็นผ้าที่มีคุณภาพดีที่สุด
  • แบ่งตามกระบวนการผลิต แบ่งเป็น Cotton OE โออี, Cotton Semi เซมิ, Cotton Combed คอมบ์

การแบ่งเกรดผ้าคอตตอน ยังมีอีกรูปแบบหนึ่งที่ตลาดทั่วไปมักใช้ คือ ผ้า Cotton 100% และ ผ้า Cotton ผสม Polyesters

ผ้าคอตตอน Cotton 100% เป็นส่วนผสมจากธรรมชาติ จึงไม่ระคายเคือง ติดไฟตามคุณสมบัติของCotton ไม่ลาม ขี้เถ้าจะไม่เกาะตัวกันเป็นก้อน
ไม่สามารถใช้เทคนิคแบบรีดซึมได้ เนื้อผ้ามีความคงตัวสูง ( ยับง่ายกว่าใยสังเคราะห์) เนื้อผ้ามีการหดตัว มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับเทคนิคการทอ การทอที่ดีต้องควบคุมให้การหดตัวของผ้าอยู่ในระดับต่ำ และความคุมได้อย่างสม่ำเสมอ ถ่ายเทอากาศได้ดีเมื่อเทียบกับชนิดที่ผสมใยสังเคราะห์

Cotton 100%

Cotton 100%

Cotton ผสมPolyesters มีส่วนผสมจากสิ่งสังเคราะห์ ไม่เหมาะกับบางงานที่ต้องการความปลอดภัย ติดไฟง่าย และไหม้ไฟตามคุณสมบัติของ polyesters สามารถใช้เทคนิคการพิมพ์ภาพแบบรีดซีมได้ เนื้อผ้าที่ผสมใยสังเคราะห์ จะคืนตัวไว ( ไม่ยับง่าย ) การหดตัวต่ำกว่าชนิด COTTON100% เนื่องจากโครงสร้างของใยผ้า ถูกตรึงไว้ด้วย polyesters ทำให้การหดตัวไม่มาก การถ่ายเทอากาศไม่ดี

Dobby Polyester Cotton Brushed Fabric

Dobby Polyester Cotton Brushed Fabric

ผ้าฝ้าย หรือ cotton 100% ที่นำมาผลิตเสื้อยืดนั้น สามารถแบ่งตามเบอร์เส้นด้าย ซึ่งโดยทั่วไปแบ่งได้ 3 เบอร์ คือ 20,32,40 ตามลำดับ สำหรับเบอร์เส้นด้ายที่สูงเกิน 40 ขึ้นไปจะพบเห็นได้ไม่มากนักในท้องตลาด ส่วนใหญ่จะเป็นผ้าที่ต้องสั่งทอขึ้นโดยเฉพาะตามเบอร์ที่ต้องการ เนื่องจากกระบวนการในการผลิต (ปั่นเส้นด้าย) ให้เส้นด้ายมีขนาดเล็กต้องอาศัย เครื่องจักรและการผลิตที่ยุ่งยากซับซ้อน จึงมีต้นทุนที่สูงในการผลิต เมื่อนำมาผลิตเสื้อยืดก็จะมีต้นทุนสูงตามไปด้วย ถ้าเบอร์น้อยจะใช้ด้ายเส้นใหญ่ เบอร์ มากใช้ด้ายเส้นเล็ก เช่นผ้า Cotton 100 % เบอร์ 20 เนื้อผ้าจะมีความหนามากกว่าเบอร์ 32 เนื่องจากขนาดเส้นด้ายที่ใหญ่กว่า โดยทั่วไปผ้า Cotton ที่นิยมนำมาใช้ทำเสื้อยืดและเสื้อโปโล ในราคาระดับปานกลางถึงสูงคือผ้าคอตตอน 100% เบอร์ 20 (เสื้อยืดสำหรับผู้ชาย) และ 32(เสื้อยืดสำหรับผู้หญิง) ส่วนเบอร์ 40 มักจะนำมาทำเสื้อสำหรับเด็กอ่อน หรือเสื้อที่เน้นความบางเป็นพิเศษ และเสื้อยืดแบรนเนมส์บางรุ่นเบอร์ที่สูงกว่า 40 จะเป็นเสื้อยืดที่ต้องสั่งทอผ้าขึ้นเป็นพิเศษ

กระบวนการผลิตเส้นด้าย เป็นตัวบ่งบอกคุณภาพของเนื้อผ้า เพื่อให้ได้เส้นใยที่มีคุณภาพทั้งในด้านการเรียงตัวของด้ายที่มีความหนาแน่น สม่ำเสมอและกำจัดสิ่งสกปรกแปลกปลอมออกจากเส้นใยเพื่อให้ได้เส้นด้ายที่มี คุณสมบัติที่ดีเมื่อไปทอเป็นผ้าผืน ทำให้สามารถแบ่งเกรดผ้าฝ้ายที่ผ่านกระบวนการผลิตได้ 3 เกรดคือ

  1. Cotton OE ไม่ผ่านกระบวนการคัดคุณภาพของเส้นใยฝ้าย เสื้อยืดที่ผลิตจาก Cotton ชนิดนี้จะมีความกระด้างกว่าอีกสองประเภทรวมถึงความเหนียวทนต่ำขาดง่าย เป็นผ้า Cotton เกรดต่ำสุด และมีราคาถูกสุด เนื่องจากต้นทุนในการใช้เครื่องจักรและกระบวนการในการผลิตจากเส้นใยฝ้ายเป็น เส้นด้ายต่ำสุด
  2. Cotton Semi ผ่านกระบวนผลิตเส้นด้ายโดยวิธีการสางเส้นใยฝ้ายโดยครื่องจักรทำให้ได้ผลผลิต เป็น เส้นด้ายใยสั้น ที่มีขนาดใหญ่ (เบอร์ 20 – 32) และมีความเนียนนุ่มและกระด้างในระดับปานกลาง
  3. Cotton Comp ผ่านกระบวนผลิตเส้นด้ายโดยวิธีการหวีเส้นใยด้วยเครื่องจักร ซึ่งมีกระบวนที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อนกว่าแบบการสาง ทำให้ได้ผลผลิตเป็น เส้นด้ายที่มีขนาดเล็ก (เบอร์ 32 ขึ้นไป) และสามารถขจัดสิ่งสกปรกออกจากเส้นใยได้ในเปอร์เซ็นที่มากกว่า รวมถึงได้เส้นด้ายที่มีเส้นใยที่ยาวกว่า เมื่อนำมาทอเป็นผ้าผืนจึงเป็นผ้า cotton ที่เนื้อดีมีความนุ่ม และกระด้างในระดับต่ำ เหนียวทน ขาดยาก มีความมัน

จากข้อมูลด้านบน คงทำให้ผู้อ่านหลายๆ คนพอเข้าใจถึง ผ้าคอตตอน แต่ละประเภทขึ้นมาบ้างแล้ว โอกาสหน้าจะหาข้อมูลเกี่ยวกับผ้าคอตตอน ที่เป็นเกร็ดและข้อควรรู้่มาแบ่งปันกันอีกนะคะ และสำหรับท่านที่สนใจ อยากเลือกซื้อผ้าคอตตอนแต่ละประเภท ไม่ว่าจะเป็น ผ้าคอตตอนแท้ 100% ผ้าคอตตอนไทย ผ้าคอตตอนญี่ปุ่น สามารถเข้ามาชม มาเลือกซื้อได้ทีเว็บไซต์ http://www.DaisyCotty.com นะคะ และพบกันใหม่ บทความหน้า สวัสดีค่ะ