หากกล่าวถึงกระแสนิยมในปัจจุบัน ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า กระแสอนุรักษ์นิยมสิ่งแวดล้อมมีผู้สนใจในวงกว้างมาก และมีแนวโน้มจะมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากผลกระทบที่เกิดจากการทำลายสิ่งแวดล้อมมีให้ทุกคนเห็นอย่างชัดเจน เช่น สภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปในหลายประเทศ รวมทั้งประเทศไทยที่ฤดูหนาวที่ผ่านมามีอากาศหนาวกว่าปีก่อนมาก ดังนั้นการพัฒนาผลิต ภัณฑ์ใหม่ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจึงเป็นส่วนหนึ่งซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่มีความรู้สึกรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมได้ นวัตกรรมสิ่งทอสีเขียว “ECO-INNOVATIVE TEXTILES”คือ การพัฒนาผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมสิ่งทอ

ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้วยความรู้และเทคโนโลยี รวมทั้งมุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development) โดยที่การพัฒนานวัตกรรมผ้า สิ่งทอสีเขียวมีการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องจากอดีตจนถึงปัจจุบัน หากแต่ว่าในขณะนี้ผู้บริโภคให้ความสนใจ หรือกล่าวโดยทั่วไปคือความต้องการมีมากขึ้น และในทางการค้า ตลาดยินดีที่จะซื้อสินค้าเหล่านี้ไม่ว่าด้วยราคาที่สูงขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกันสินค้าทั่วไป หรือในราคาที่เท่ากัน ดังนั้นประเทศไทยควรหันมาพัฒนาสินค้านวัตกรรมสิ่งทอสีเขียวเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดได้ดีขึ้น

รีไซเคิล

CONCEPT

การพัฒนานวัตกรรมสิ่งทอสีเขียวสามารถทำได้หลากหลายรูปแบบ เนื่องจากโอกาสในการปรับปรุงผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิตให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมีหลายด้าน โดยสามารถแบ่งหลักการต่างๆ ดังต่อไปนี้ เช่น การนำวัสดุที่ใช้แล้วมาใช้ใหม่ (Recycling) ซึ่งสามารถลดปัญหาการจัดการขยะทางอ้อม การออกแบบสิ่งทอให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Ecodesign) ซึ่งมุ่งเน้นการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การใช้วัตถุดิบที่สามารถผลิตใหม่ได้ (Renewables) ซึ่งมุ่งเน้นวัตถุดิบทางธรรมชาติที่สามารถผลิตเพิ่มเติมได้ในอัตราที่เร็วกว่าการนำไปใช้  การจัดการกับของเสียจากอุตสาหกรรมสิ่งทอ (Waste Management) และ การใช้เทคโนโลยีใหม่ในการผลิตเพื่อป้องกันปัญหาสิ่งแวดล้อม (Novel Technologies) เป็นต้น โดยหลักการต่างๆ สามารถนำมาพัฒนานวัตกรรมผ้าสิ่งทอสีเขียวได้โดยนักวิจัยพัฒนาจากสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิศวกรรม รวมถึงนักออกแบบสามารถนำความรู้และความเชี่ยวชาญมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิตผ้า สิ่งทอให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยตัวอย่างการพัฒนามีดังต่อไปนี้

1.  การนำวัสดุที่ใช้แล้วมาใช้ใหม่ ( Recycling and use of waste as raw materials ) หลักการนี้เป็นที่สนใจจากผู้บริโภคมากขึ้น ในการวิจัยตลาดพบว่าผู้บริโภคส่วนมากเห็นชอบที่จะซื้อสินค้าที่มีวัสดุที่ใช้แล้ว ในทางปฏิบัติรัฐควรส่งเสริมและช่วยในการสนับสนุนให้ราคาวัสดุเหล่านี้มีราคาต้นทุนที่ต่ำลง รวมทั้งภาคเอกชนควรทำการตลาดเพื่อเพิ่มความต้องการของผู้บริโภค ตัวอย่างนวัตกรรมสิ่งทอประเภทนี้ เช่น การนำพรมที่ใช้แล้วมาย่อยและพัฒนาเป็นแผ่นรองพื้น (underlay) ที่เก็บเสียงได้ การนำเส้นใยไนล่อนจากพรมที่ใช้แล้วมาใช้เป็นวัสดุเสริมแรงในคอนกรีต เป็นต้น

2. การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Ecodesign) การออกแบบที่พิจารณาถึงผลกระทบของสินค้าตั้งแต่เริ่มผลิตจนถึงหลังการใช้งาน เป็นการออกแบบที่เป็นที่นิยมในอุตสาหกรรมไฟฟ้าและยานยนตร์ และขณะนี้เริ่มเป็นที่นิยมสำหรับผ้าหรือสิ่งทอด้วย ซึ่งอุตสาหกรรมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำในห่วงโซ่อุปทานต้องร่วมมือกัน ตัวอย่างนวัตกรรมสิ่งทอประเภทนี้ เช่น เส้นใย Poly Lactic acid (PLA) ซึ่งเป็นเส้นใยประดิษฐ์ที่ใช้วัตถุดิบจากข้าวโพด จึงสามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ เป็นต้น

3. การใช้วัตถุดิบที่สามารถผลิตใหม่ได้ (Renewables) การใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติทดแทนวัตถุดิบสังเคราะห์และสารเคมี เป็นการพัฒนาที่ยั่งยืนเนื่องจากสามารถผลิตได้ต่อเนื่องในอัตราที่เร็วกว่าการใช้งาน เส้นใยธรรมชาติและสารสกัดจากสมุนไพรสามารถนำมาประยุกต์ในการใช้งานต่างๆ ตัวอย่างนวัตกรรมสิ่งทอประเภทนี้ เช่น การพัฒนาสิ่งทอเทคนิคที่ต้องการความแข็งแรงสูง โดยเลือกใช้เส้นใยธรรมชาติ เช่น ป่าน ปอ กัญชง เป็นต้น

4. การจัดการกับของเสีย (Waste Management) โดยมุ่งเน้นการจัดการของเสียจากการผลิตให้มีการนำสารข้างเคียงจากการผลิตบางประเภทที่สามารถผลิตเป็นสินค้าอื่นได้ออกมา การบำบัดของเสียก่อนปล่อยออกสู่สิ่งแวดล้อม ให้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด ตัวอย่างนวัตกรรมการจัดการของเสีย เช่นบริษัทLenzing จำกัด ประเทศ ออสเตรีย ที่ผลิตเส้นใย Regenerated Cellulose สามารถเอาสารข้างเคียงจากการผลิต เช่น Xylitol ออกมาและนำไปทำเป็นสารให้ความหวาน และยังมีการบำบัดของเสียได้อย่างดีเยี่ยมซึ่งทำให้ได้ฉลากสิ่งแวดล้อม (Eco Label) โดยทางบริษัทได้ประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่างๆที่เกี่ยวข้องกับความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งลูกค้าก็ได้ให้การตอบรับเป็นอย่างดี

 5. การใช้เทคโนโลยีใหม่ในการผลิต (Novel Technology) ความก้าวหน้าในเทคโนโลยีมีอยู่มากมายและนำไปใช้ในอุตสาหกรรมสิ่งทอมากขึ้นเรื่อยๆ เทคโนโลยีเหล่านี้สามารถทำให้การผลิตใช้พลังงานน้อยลงและลดของเสีย ตัวอย่างนวัตกรรมสิ่งทอประเภทนี้ เช่น เทคโนโลยีพลาสม่า ที่สามารถตกแต่งสิ่งทอโดยไม่ใช้น้ำและสารเคมี การใช้เทคโนโลยีเลเซอร์ทดแทนเคมีในการพิมพ์แบบ Devore การใช้กาวไหมในการตกแต่งฝ้ายโดยทดแทนสารเคมี รวมทั้งนาโนเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทมากในอุตสาหกรรมสิ่งทอ เป็นต้น

ตัวอย่างนวัตกรรมสิ่งทอสีเขียวของประเทศไทย

สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอได้ร่วมกับวิทยาลัยปิโตรเลียม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พัฒนานวัตกรรมสิ่งทอสีเขียว คือ ผ้าปิดจมูกที่ใช้เส้นใยที่ย่อยสลายได้ PLA และ ใช้เทคโนโลยี Electro Spun ซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งผสมสารสกัดจากธรรมชาติของเปลือกมังคุด ซึ่งมีฤทธิ์ในการต้านทานเชื้อวัณโรค

ในการวิจัยนี้มีการเลือกพอลิแอลแลตติก เอซิด (Poly(L-lactic) acid)เนื่องจากเป็นวัสดุที่สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ ซึ่งในปัจจุบันพอลิแลคไทด์ถูกนำมาใช้ทางการแพทย์ เช่น ใช้ในการเย็บแผล เป็นต้น จ ากการวิจัยพบว่ า พอลิแอลแลตติก เอซิด (Poly(L-lactic) acid)และสารสกัดจากเปลือกมังคุดสามารถละลายเข้ากันได้โดยใช้ตัวทำละลายผสมระหว่างไดคลอโรมีเทน (Dichloromethane) และไดเมทธิลฟอร์มามาด์ย (N,N-dimethylformamide) ในอัตราส่วน 70:30 และสามารถขึ้นรูปเป็นเส้นใยนาโนได้ โดยใช้ความต่างศักย์ 20กิโลโวลต์ ระยะระหว่างปลายเข็มกับแผ่นรองรับถูกกำหนดไว้ที่ 18เซนติเมตร

เมื่อนำแผ่นเส้นใยไปทดสอบสมบัติเชิงกลพบว่า สารสกัดจากเปลือกมังคุดทำหน้าที่เสริมแรงให้กับเส้นใย จึงทำให้ค่าความแข็งแรงเพิ่มขึ้น การวัดปริมาณการปลดปล่อยสารสกัดจากเปลือกมังคุด 30% และ 50% ที่มีอยู่ในเส้นใยพอลิแอลแลตติก เอซิด (Poly(L-lactic) acid) พบว่า สารสกัดจากเปลือกมังคุด 50% จะเกิดการปลดปล่อยที่เร็วและปริมาณมากกว่า ณ ช่วงเวลาเดียวกัน เนื่องจากปริมาณสารสกัดจากเปลือกมังคุดที่ใส่ในเส้นใยมากกว่า

ผลการต้านเชื้อแบคทีเรียของเส้นใยพอลิแอลแลตติก เอซิด (Poly(L-lactic) acid) ที่ผสมสารสกัดจากเปลือกมังคุด พบว่า เส้นใยพอลิแอลแลตติกเอซิด (Poly(L-lactic) acid)ไม่สามารถยับยั้งเชื้อแบคทีเรียชนิดใดๆได้เลย แต่เมื่อใส่สารสกัดจากเปลือกมังคุดในเส้นใยพอลิแอลแลตติก เอซิด (Poly(L-lactic) acid)สามารถยับยั้งเชื้อแบคทีเรียชนิดStaphylococcus aureus ATCC 6538 และBacillus subtilis ATCC 6633 ได้ แต่ไม่สามารถยับยั้งเชื้อ Escherichia coli ATCC 25922 และ Pseudomonas aeruginosa ATCC 27853โดยเมื่อปริมาณสารสกัดจากเปลือกมังคุดที่ใส่ในเส้นใยมากขึ้น การยับยั้งเชื้อแบคทีเรียก็เพิ่มขึ้นด้วย

ผลการทดสอบฤทธิ์ในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อวัณโรคดื้อยาโดยสารสกัดจากเปลือกมังคุดที่เคลือบบนแผ่นอิเล็คโตรสปันพบว่า  สารสกัดจากเปลือกมังคุดเข้มข้น 30% และ 50% ที่เคลือบบนแผ่นเส้นใยอิเล็คโตรสปัน  สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อวัณโรคดื้อยาได้มากกว่า 99.99% แผ่นอิเล็คโตรสปันดังกล่าวถูกนำไปพัฒนาเป็น องค์ประกอบของแผ่นปิดจมูกเพื่อใช้ในสาธารณะ ซึ่งช่วยในการป้องกันเชื้อวัณโรค และแผ่นกรองอากาศในเครื่องปรับอากาศ ซึ่งสามารถลดเชื้อแบคทีเรียและวัณโรคได้

จากตัวอย่างที่ได้กล่าวมาและหลักการต่างๆในการพัฒนาข้างต้น ผู้เขียนเห็นว่าประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการพัฒนานวัตกรรมสิ่งทอสีเขียว เนื่องจากประเทศไทยมีวัตถุดิบจากธรรมชาติค่อนข้างมาก นอกจากนี้การออกแบบและเทคโนโลยีที่ใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านผสมผสานเทคโนโลยี ทันสมัยสามารถนำมาสู่สินค้าสีเขียวได้ ในขณะเดียวกันสินค้าประเภทนี้มีความต้องการในตลาดที่สำคัญ เช่น ตลาดสหภาพยุโรป และ ตลาดญี่ปุน เป็นต้น มากขึ้นเรื่อยๆ หรือแม้แต่ตลาดในประเทศเอง ก็มีการตื่นตัวมากขึ้น

เช่น ถุงช้อปปิ้งที่ทำจากผ้าเป็นต้น สำหรับอุตสาหกรรมสิ่งทอไทยในการพัฒนาสิ่งทอสีเขียว สามารถทำได้โดยการสนับสนุนให้มีงานวิจัยด้านนี้มากขึ้น การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างนักวิจัยด้านสิ่งทอและด้านอื่นๆ รวมทั้งนักออกแบบจะช่วยเปิดโอกาสใหม่ให้กับอุตสาหกรรมสิ่งทอในภาวะการแข่งขันที่รุนแรงนี้ http://www.DaisyCotty.com จำหน่ายผ้าเย็บตุ๊กตา ผ้าคอตตอน และอุปกรณ์เย็บผ้าอีกมากมาย