ในฐานะที่ต้องรับผิดชอบการวางแผนการรับนักเรียนเข้าเรียนของกระทรวงศึกษาธิการ โดยเฉพาะระดับมัธยมศึกษา ได้พบว่าสิ่งที่คิดว่าง่ายหลายอย่างนั้นไม่ง่ายอย่างที่คิด เนื่องด้วยคนยังติดยึดที่ชื่อโรงเรียนมากกว่าสิ่งอื่นใด การกำหนดให้เรียนในพื้นที่บริการให้เรียนใกล้บ้านนั้น ถ้าโรงเรียนใกล้บ้านเป็นโรงเรียนมีชื่อเสียงรู้จักกันดี จะไม่มี ปัญหาในข้อกำหนดนี้เลยแต่คนอื่นที่อยู่ห่างไกลจะเรียกร้องสิทธิที่จะเข้าเรียนในโรงเรียนดังกล่าว ไม่ว่าเขาจะอยู่ห่างไกลโรงเรียนเพียงใดก็ตาม ในทางตรงข้าม ถ้าโรงเรียนใกล้ บ้านมีชื่อเสียงน้อยก็อ้างเหตุผลต่าง ๆ นานา ที่จะขอไปเข้าโรงเรียนอื่นแทน ถามว่าทำไม ถึงเป็นเช่นนั้น คำตอบคือต้องการให้ลูกเรียนโรงเรียนดี ๆ มีชื่อเสียง เพราะเชื่อว่าถ้าลูก ได้เรียนโรงเรียนดังกล่าว ลูกก็จะได้เป็นคนเก่ง คนดีเหมือนคนอื่นที่เขาเก่งเขาดี และเคยจบมาจากโรงเรียนนี้

โรงเรียนมีชื่อเสียง คือ โรงเรียนดี นี่คือ ทัศนคติของคนโดยทั่วไปคงไม่ปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง เพราะว่าโรงเรียนที่มีชื่อเสียงอย่างเตรียมอุดมฯ สวนกุหลาบ วิทยาลัยสตรีวิทยา ฯลฯ ล้วนเป็นโรงเรียนดี มีลูกศิษย์ลูกหาได้ดิบได้ดีเต็มบ้านเต็มเมือง ศิษย์ที่ไม่ประสบความสำเร็จก็พอมีบ้าง แต่คนไม่รู้จัก ไม่สนใจ อาจเป็นด้วยมีจำนวนน้อยกว่าผู้ประสบความสำเร็จแล้วโรงเรียนอื่นๆ มีศิษย์เก่าที่ประสบความสำเร็จบ้างหรือไม่ ก็คงตอบได้เช่นกันว่า มีคนดี คนมีชื่อเสียง คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตจำนวนมากจบมาจากโรงเรียนมัธยมที่ไม่มีใครรู้จัก โรงเรียนที่อยู่ห่างไกล โรงเรียนบ้านนอก โรงเรียนในท้องถิ่นทุรกันดาร คนเด่นคนดีในประเทศไทยที่เข้าลักษณะอย่างนี้มีไม่น้อยเลย

สรุปได้ว่า ความเด่นความมีชื่อเสียงของโรงเรียนอาจเป็นตัวบ่งบอกความมีคุณภาพของโรงเรียน แต่โรงเรียนที่ไม่เด่นไม่ดังก็ไม่ใช่ว่าไม่มีคุณภาพ และอาจมีคุณภาพไม่แพ้โรงเรียนเด่นโรงเรียนดังก็เป็นไปได้

ความดี ความมีคุณภาพของโรงเรียนนั้น ในสายตาของประชาชนทั่วไปก็แน่นอนต้องดูที่ชื่อเสียงโรงเรียน แต่โรงเรียนดี ๆ มีคุณภาพจำนวนมากไม่มีชื่อเสียง สะดุดหูสะดุดตาเหมือนโรงเรียนดังอื่น ๆ คนเลยไม่รู้จัก ไม่เข้าใจว่าเป็นโรงเรียนที่เขาควรส่งลูกหลานเข้าเรียน แล้วก็เลยพยายามแย่งกันเข้าเรียนในโรงเรียนดัง ๆ ให้ได้ ถ้าไม่ได้มีบ้านอยู่ใกล้ก็ขวนขวายไปสอบ วิ่งเต้นทุกวิถีทางทั้งถูกต้องและไม่ถูกต้อง บางคนก็ต้องเสียเงินจำนวนมหาศาลเพื่อให้ได้เข้าโรงเรียนดัง สำเร็จก็มี ล้มเหลวก็มี จึงเป็นเรื่องที่น่าสงสาร น่าเห็นใจ คิดว่าถ้าประชาชนเข้าใจว่าโรงเรียนมีคุณภาพเป็นอย่างไร ก็จะผ่อนคลายการแย่งกันเข้าโรงเรียนดัง ๆ ได้

โรงเรียน

การหาที่เรียนให้ลูกหลานไม่จำเป็นต้องยึดติดไขว่คว้าหาโรงเรียนดังเหมือนคนอื่นเขาควรหาโรงเรียนดี จึงจะเข้าทีกว่าโรงเรียนดีเป็นอย่างไร ตรงนี้ขึ้นกับว่าท่านอยากให้ลูกหลานเป็นอย่างไรแล้วหาโรงเรียนที่คิดว่าจะสร้างลูกหลานเช่นนั้นได้ ที่จริงกระทรวงศึกษาธิการก็คิดเช่นเดียวกันนี้ คิดแล้วก็พยายามทำให้ทุกโรงเรียนเป็นโรงเรียนดี แต่คงทำให้ทุกโรงเรียนเป็นโรงเรียนดังไม่ได้

คิดว่าผู้ปกครองก็คิดเหมือนกระทรวงศึกษาธิการ คืออยากเห็นลูกหลานเป็นคนดีดีทั้งปัจจุบันและดีต่อไปในอนาคต โรงเรียนดี คือ โรงเรียนที่ให้ความสำคัญกับการที่จะสั่งสอนอบรมให้เด็กเป็นคนดี จัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการเป็นคนดี การทำให้คนเป็นคนดีไม่ใช่การบอกว่าทุกคนต้องเป็นคนดี ท่องจำได้ว่าความดีคืออะไร แต่อยู่ที่การให้ได้ปฏิบัติเป็นกิจนิสัย เกิดความเชื่อ ความศรัทธายึดมั่นในการเป็นคนดี มีกิจกรรม หลายอย่างที่ฝึกและสร้างความเป็นคนดีโดยเด็กไม่รู้ตัว เช่น การให้นักเรียนทำงานเป็นกลุ่มจะช่วยให้ได้รู้จักร่วมมือช่วยเหลือผู้อื่น รู้จักรับฟังความเห็นผู้อื่น รู้จักหน้าที่ความรับผิดชอบ รู้จักเสียสละ อดทน เป็นต้น โรงเรียนดีจึงควรจัดการเรียนการสอนที่ให้ความสำคัญกับการทำกิจกรรมร่วมกันมาก ๆ

จุดประสงค์ของการศึกษาที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ การสอนให้นักเรียนรู้จักคิดอย่างมีเหตุผล ไม่ใช่ให้จำเนื้อหาสาระความรู้ การสอนแบบให้จำจะไม่เป็นประโยชน์กับ ผู้เรียนมากนัก เพราะความรู้ที่จำได้นั้น ไม่ช้าก็ล้าสมัยเอาไปใช้ไม่ได้ ความรู้ต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงและเกิดขึ้นใหม่อยู่ตลอดเวลา ดังนั้นการเรียนรู้เพื่อแสวงหาความรู้จึงมีความสำคัญกว่าการจำความรู้ โรงเรียนที่ดีต้องส่งเสริมให้เด็กเรียนรู้วิธีแสวงหาความรู้ด้วยตนเองมาก ๆ การทำเช่นนี้ได้โรงเรียนต้องมีแหล่งความรู้ที่ดี และอำนวยความสะดวกต่อเด็กในการแสวงหาโรงเรียนที่ดีจึงควรมีห้องสมุดที่ดี มีหนังสือมาก ๆ และมีหนังสือหลากหลายประเภท เป็นหนังสือที่ส่งเสริมให้เด็กได้คิดในเชิงสร้างสรร นอกจากมีหนังสือแล้วควรมี สื่อเพื่อค้นคว้าอื่น ๆ เช่น เทปเสียง วิดีทัศน์ ภาพ หุ่นจำลอง ของจริงต่าง ๆ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้พัฒนาได้ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น เป็นพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรม ท้องถิ่น นิทรรศการ ท้องฟ้าจำลอง สวนพฤกษศาสตร์ เป็นต้น

นอกจากแหล่งแสวงหาความรู้ โรงเรียนที่ดีควรจัดการเรียนการสอนแบบที่นักวิชาการเรียกว่า ยึดนักเรียนเป็นศูนย์กลาง คือ ให้ความสำคัญกับนักเรียน สอนโดยให้นักเรียนแสวงหาและค้นพบคำตอบด้วยตนเอง โดยให้ทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อการเรียนรู้ เช่น การเรียนรู้เรื่องพืชจากการไปดูพืช สังเกตพืช การเจริญเติบโตของพืชจากของจริง มีการจดบันทึก มีการทดลองปลูกพืชในลักษณะต่าง ๆ หรือการเรียนสิ่งแวดล้อมศึกษาด้วยการให้นักเรียนศึกษาสิ่งแวดล้อมของโรงเรียนของชุมชน ช่วยกันวางแผนพัฒนา สิ่งแวดล้อมว่าควรทำอย่างไรแล้วให้ลงมือปฏิบัติพัฒนาสิ่งแวดล้อมจริง ๆ การเรียนรู้ ด้วยการปฏิบัติจริง จะช่วยให้เด็กเกิดความงอกงามทางปัญญา ความคิด คือ รู้จักคิด รู้จักหาเหตุผล และรู้จักวิธีหาคำตอบที่เชื่อถือได้

โรงเรียนที่ดีควรใช้หลักประชาธิปไตยในการปกครองและในการจัดการเรียนการสอนนั่นคือโรงเรียนต้องรับฟังและร่วมมือกับชุมชนที่อยู่รอบ ๆ โรงเรียน ต้องถือว่า โรงเรียนเป็นของชุมชน เป็นส่วนหนึ่งอยู่ในชุมชน การปกครองดูแลเด็กก็ควรใช้หลัก ประชาธิปไตย คือรับฟังความคิดเห็นนักเรียนให้นักเรียนร่วมดูแลโรงเรียน ร่วมคิดทำ หลักสูตรและวิธีการเรียนการสอน เพราะจะทำให้กระบวนการเรียนการสอนมีชีวิตชีวา และสอดคล้องกับความสนใจของผู้เรียนและชุมชนมากที่สุด การใช้หลักประชาธิปไตย ยังเป็นการช่วยให้เด็กได้เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับผู้อื่น ช่วยเหลือผู้อื่น รู้จักอภัย รู้จัก เสียสละไม่ยึดประโยชน์ตนเป็นที่ตั้ง อันจะช่วยหล่อหลอมให้เขาเป็นประชากรที่ดีของ สังคมในอนาคต

ที่จริงทุกโรงเรียนเป็นโรงเรียนดี หรือมีศักยภาพที่จะเป็นโรงเรียนดีได้ทั้งสิ้น โรงเรียนของรัฐทุกแห่งมีมาตรฐานการบริหารจัดการ และปรัชญาการจัดการศึกษาที่ใกล้เคียงกัน สิ่งที่แตกต่างกันมักอยู่ที่ชื่อเสียงเดิม และแรงสนับสนุนจากประชาชน หน้าที่การให้การศึกษาเด็กไม่ใช่เป็นของโรงเรียนแต่ฝ่ายเดียว ผู้ปกครอง บิดา มารดา มีบทบาทและอิทธิพลอย่างมากต่อกระบวนการศึกษา การเรียนรู้ของเด็ก ผู้ปกครอง ชุมชน ต้องถือเป็นหน้าที่เข้าไปช่วยกำกับดูแลโรงเรียน ช่วยเหลือโรงเรียนอย่างใกล้ชิด ทั้งด้านแรงกาย แรงใจ และแรงปัญญาตามความถนัดของแต่ละ คน เพื่อสนับสนุนให้โรงเรียนเป็นโรงเรียนที่ดี ทำหน้าที่ได้สมเจตนารมณ์ของการจัดการศึกษา เท่านี้ทุกโรงเรียนก็เป็นโรงเรียนที่ดีโดยทั่วกัน ผู้ปกครองก็จะได้ส่งบุตรหลานเข้าโรงเรียนใกล้บ้านโดยไม่ต้องใฝ่หาโรงเรียนดังให้เหน็ดเหนื่อยแต่ประการใด

ดร. พนม พงษ์ไพบูลย์
รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ